ย้อนกลับ

แทนความห่วงใยจาก L'OCCITANE

คตินิยมแห่งองค์กร

นับแต่เมื่อแรกก่อตั้งในปี 1976 L'OCCITANE ได้ยึดมั่นและปฏิบัติปรัชญาแห่งองค์กรอันเรียบง่าย นั่นคือ ความเป็นของแท้ , ความห่วงใย และความรื่นรมย์ในทุกสัมผัส   นี่เป็นมากกว่าปรัชญาธรรมดา หากเป็นประหนึ่งพันธกิจที่ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร ยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสำคัญๆในหลายๆครั้ง  

ทุกการปฏิบัติและสิ่งที่เราเลือก ได้แนวทางจากความปรารถนา 2 ประการที่ต่อเนื่องกัน คือ การอนุรักษ์และการส่งต่อ  สิ่งนี้เองที่มอบพลังแห่งชีวิต ความหมาย และจุดหมายให้กับแบรนด์  

อ่านรายงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อมขององค์กร ( CSR)  >

ความเป็นของแท้

เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ที่ดี  จะมีเรื่องจริงอยู่เสมอ  เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ L’OCCITANE ทุกๆขวด  คือเรื่องราวที่สามารถสืบค้นได้ถึงที่มา และถิ่นกำเนิด , ผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และเทคนิคที่สืบทอดกันมาจากขนบนิยมของชาวโพรวองซ์   หรือทื่อื่นใดก็ตาม  

ภารกิจของเราคือการส่งต่อขนบนิยมอันงดงาม และการสื่อถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะ หรือ "savoir-faire" แห่งตอนใต้ของฝรั่งเศส  ผ่านทางผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนสามารถชื่นชอบได้ในโลกปัจจุบัน   คุณสามารถพบกับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดินแดนอันสวยงาม  อันเป็นแหล่งที่เรารวบรวมวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมได้ โดยเยี่ยมชมแมกกาซีน ออนไลน์ของเรา :

FANTASTIC PROVENCE >

ความห่วงใย

ที่  L’OCCITAN  เราถือเป็นภารกิจที่จะพยายามจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากสิ่งที่เราทำและจากผลิตภัณฑ์ของเราให้น้อยที่สุด   ,  ที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งลูกค้า และพนักงานของเรา  และเพื่อที่จะให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ  ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเราทุกครั้งที่เป็นไปได้   ตัวอย่างเช่น เราพยายามให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเราได้ ผ่านทางสื่ออย่างฉลากอักษรเบรลล์    และผ่านทั้งตัวบริษัทเองและมูลนิธิ L'OCCITANE   เราได้สานต่อความความพยายามเหล่านี้ เพื่อให้สามารถต่อยอดพันธกิจดังกล่าวให้ก้าวหน้าต่อไปยิ่งขึ้น 

มูลนิธิ L'OCCITANE >

ความรื่นรมย์แห่งทุกสัมผัส

ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่มีประสิทธิภาพของเรา เป็นผลมาจากการผสานสิ่งที่ปฏิบัติกันมาแต่ดั้งเดิม , ธรรมชาติ และการวิจัยเข้าด้วยกัน   แต่การวิจัยของเรา ก็พุ่งความสนใจไปที่ความรื่นรมย์เมื่อได้ใช้ด้วย  จากเนื้อสัมผัส ไปจนถึงกลิ่นหอม ผลิตภัณฑ์ของ L’OCCITANE นำมาซึ่งช่วงเวลาอันน่าลิ้มลองของการมีชีวิตที่ดี และความพึงพอใจในทุกสัมผัสเสมอ   จากกลิ่นหอมไปจนถึงสีสัน  , จากการให้แสงไฟภายในตัวอาคารไปจนถึงพนักงานต้อนรับ เราออกแบบร้านของเราเพื่อให้ทุกนาทีที่พบกับเราเต็มไปด้วยความสุขและการได้ค้นพบ  ท้ายที่สุด  เพื่อยืดเวลาแห่งการเดินทางและให้ความพึงพอใจแก่ทุกสัมผัสได้นานยิ่งขึ้น L'OCCITANE ได้พัฒนาสปาที่สะท้อนถึงถึงจิตวิญญาณแห่งแบรนด์   ด้วยแรงบันดาลใจจากพื้นที่ชุ่ม

L'OCCITANE SPA >

กิจการเพื่อสังคม

นับแต่เมื่อแรกก่อตั้งในปี 1976  L’OCCITANE ได้มีส่วนร่วมในชุมชนเสมอมา  ในปี 2006 L’OCCITANE ได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อทำให้แนวคิดริเริ่มนี้เป็นจริง   ด้วยงบประมาณ 1 ล้านยูโรต่อปี มูลนิธิ L’OCCITANE มีกิจกรรมหลักใน 2 แนวทางคือ การให้ความสนับสนุนช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาทั่วโลก และการส่งเสริมให้สตรีใน  Burkina Faso สามารถพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ  

พนักงานของ L’OCCITANE  ก็มีส่วนร่วมในโครงการต่างๆของมูลนิธิ  รวมถึงการริเริ่มโครงการใหม่ ในการสนับสนุนการสร้างที่อยู่อาศัยทดแทนในญี่ปุ่น หลังเกิดสึนามิในปี  2011

โครงการเพื่อความสามารถพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ

กว่า  25 ปีมาแล้ว ที่  L’OCCITANE ใช้เชีย บัตเตอร์ จาก  Burkina Faso เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์  เพื่อเสริมการร่วมมือกันนี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มูลนิธิ L’OCCITANE ได้ให้การสนับสนุนสตรีในท้องถิ่นให้สามารถพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ ด้วยโปรแกรมส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้  และการส่งเสริมโครงการวิสาหกิจ  สตรี  Burkinabe มากกว่า 7,000 คนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ก็ด้วยผลจาก
โปรแกรมเหล่านี้ 

ในวันสตรีสากลในเดือนมีนาคมของทุกปี  L’OCCITANE จำหน่ายสบู่สูตรพิเศษที่ทำใน Burkina Faso และอุทิศรายได้  100%*  สมทบทุนสำหรับการจัดสร้างและดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ของสตรีในท้องถิ่น  ในปี  2012 กองทุนสามารถรวบรวมเงินได้มากกว่า 153,000 ยูโร

*ราคาขายในร้าน  หักภาษี  , ค่าขนส่งและต้นทุนในการผลิต 

โครงการสนับสนุนผู้พิการทางสายตา

ในฐานะแบรนด์ที่เกี่ยวเนื่องกับการรับรู้ด้วยสัมผัส  L’OCCITANE เลือกที่จะให้การสนับสนุนผู้พิการทางสายตา ด้วยการจัดทำอักษรเบรลล์บนบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่    นอกจากนี้ ทางมูลนิธิยังก้าวไปไกลกว่านั้น ด้วยการสนับสนุนให้ผู้พิการทางสายตามีอาชีพอย่างบูรณาการ  และร่วมต่อสู้กับต้นเหตุของความพิการทางสายตาที่สามารถป้องกันได้ในประเทศกำลังพัฒนา   ทำให้มีประชากรมากกว่า  500,000 คนที่ได้รับการดูแลด้านสายตา อันแป็นผลมาจากโปรแกรมดังกล่าวนี้ 

ในวันสายตาโลก หรือ World Sight Day ในเดือนตุลาคม ของทุกปี  L’OCCITANE จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความเป็นเอกภาพในสังคม และอุทิศรายได้ 100%* สมทบทุนสำหรับสนับสนุนโครงการเพื่อต่อสู้กับความพิการทางสายตาที่สามารถป้องกันได้ในประเทศกำลังพัฒนา   ในปี 2011กองทุนสามารถรวบรวมเงินได้มากกว่า 210,000 ยูโร

*หักภาษี  , ค่าขนส่งและต้นทุนในการผลิต

การให้การสนับสนุนพนักงานของ L'OCCITANE

นับแต่เมื่อแรกก่อตั้ง  มูลนิธิ L’OCCITANE ได้นำพาพนักงานของ L’OCCITANE  ให้เข้ามีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ  ในฝรั่งเศส  มูลนิธิได้ให้การสนับสนุนกลุ่มพนักงานที่ช่วยฝึกสอนวิธีทำสบู่ให้กลุ่มสตรีชาว Burkinabe 

พนักงานของ L’OCCITANE ทั่วโลกยังให้การสนับสนุนการริเริ่มในท้องถิ่นเพื่อความช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา  ส่งผลให้ภารกิจของมูลนิธิเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น   เครือข่ายตัวแทนจากประเทศต่างๆ 12 กลุ่ม ได้ช่วยเหลือมูลนิธิให้สามารถติดต่อสื่อสารกับพนักงานทั่วโลกได้    

ตัวอย่างโครงการในท้องถิ่น  
 • สำนักงาน L’OCCITANE ประจำเขตต่างๆ ได้รวบรวมเงินทุนมากกว่า 80,000 ยูโร เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต่อสู้กับความพิการทางสายตาที่สามารถป้องกันได้   มีผู้ได้รับประโยชน์จากความพยายามเหล่านี้ถึง 6,900 คน ผ่านทางการพัฒนาหนังสือเสียง หรืออุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถช่วยตัวเองในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น เป็นต้น    
 • ในมาเลเซีย พนักงานทำงานร่วมกับองค์กรเพื่อผู้พิการทางสายตา 
 • ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  ทีมงานร่วมได้ให้การสนับสนุนองค์กร Helen Keller International เป็นเวลา 3 ปี  พนักงานในสหรัฐอเมริกายังจำหน่ายการ์ดอวยฝีมือเด็กๆผู้พิการทางสายตาเพื่อช่วยเหลือด้านเงินทุน  เปิดโอกาสให้เด็กๆ 1,400 คนได้รับการดูแลรักษาสายตา หรือจัดทำแว่นสายตาให้  
 • ในรัสเซีย ทีมงานได้รวบรวมเงินทุน  18,000  ยูโร เพื่อจัดทำหนังสืออักษรเบรลล์ ให้กับมูลนิธิ Blind Youth Foundation
 •ในแคนาดา พนักงานได้ร่วมกันให้การสนับสนุน  ORBIS Canada และโครงการโรงพยาบาลบนเครื่องบิน “Flying Eye” ของทางองค์กร

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ขอเชิญชมแผ่นพับของมูลนิธิ  >

L'OCCITANE ให้การสนับสนุนประเทศญี่ปุ่น 
หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สีนามิ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 L’OCCITANE ตกลงใจให้การสนับสนุนการสร้างที่อยู่อาศัยทดแทนในญี่ปุ่น  ซึ่งเป็นประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของแบรนด์  หลังจากได้บริจาคผลิตภัณฑ์ 50,000 ชิ้นในขั้นต้นแล้ว L’OCCITANE ยังมีส่วนร่วมในการสร้างศูนย์กลางชุมชนขึ้นใหม่ใน Kamaishi  ซึ่งเริ่มเปิดทำการเมื่อเดือนเมษายน  2012 โดยความร่วมมือกับ Children Without Borders

จากต้นกำเนิดใน Alpes of Haute-Provence และหยั่งรากลึกในอาณาจักรของตนเองแห่งนี้  L'OCCITANE  คือแบรนด์ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับชุมชน  เราให้การสนับสนุน และให้ความสำคัญกับบรรดาชายหญิงผู้มอบชีวิตชีวาให้ดินแดนโพรวองซ์   แบรนด์ให้คุณค่ากับความเคารพ ห่วงใย  ความเป็นของแท้ และ ความรื่นรมย์แห่งทุกสัมผัส  ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของพันธกิจแห่งแบรนด์   พร้อมด้วยความปรารถนาอย่างแท้จริงในอันที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ และการสื่อถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะของเขตพื้นที่นี้    หรือ "savoir-faire"  L'OCCITANE สนับสนุนเงินทุนในโครงการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม , กีฬา และการท่องเที่ยว  ร่วมกับพันธมิตรในระดับท้องถิ่นและระดับเขต  โดยให้น้ำหนักเท่าๆกัน  

พันธมิตรในท้องถิ่น >
การให้การสนับสนุนในท้องถิ่น >

ความรับผิดชอบต่อสังคม

การให้ความห่วงใยคือหัวใจของปรัชญาแห่งองค์กรของ L’OCCITANE  ช่วยนำทางนโยบายทางสังคมขององค์กร ด้วยประเด็นหลักๆต่อไปนี้:
 • การพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัท  ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงออกถึงความมุ่งหวังทางด้านงานอาชีพในอนาคต  
 • ความสมดุลระหว่างการทำงาน และการใช้ชีวิต 
 • การเข้าร่วมของผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย : การเปิดกว้างสู่ความหลากหลาย  โดยเฉพาะผู้พิการที่ลงทะเบียนสมัครตามนโยบายทรัพยากรบุคคลของบริษัท และผูกพันตามการปฏิบัติของทีมผู้พิการ 

นโยบายเชิงรุกได้ถูกนำมาใช้ทั้งเพื่อความปลอดภัย และการจัดพื้นที่ทำงานที่เหมาะสม เพื่อที่จะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และประกันสวัสดิภาพของพนักงาน   

ท้ายที่สุด  L’OCCITANE มีส่วนร่วมในชุมชนผ่านทางโครงการเพื่อส่งเสริมความเป็นเอกภาพและมูลนิธิ  “บริษัทเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสังคมโดยรวมทั้งหมด  และหนึ่งในเสาหลักที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็คือความสัมพันธ์ที่มีความรับผิดชอบต่อกันที่บริษัทจะต้องมีต่อสังคม   L’OCCITANE เป็นสมาชิกทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ในกลุ่มต้นๆของเขต Provence-Alps-Cote-d’Azur    นอกเขตเมดิเตอร์เรเนียน   L’OCCITANE ยังได้สร้างสรรค์ความสัมพันธ์เชื่อมโยงที่แข็งแรงกับชุมชนชาว  Burkinabe มาเป็นเวลากว่า 20 ปี  ต้องขอบคุณเชีย บัตเตอร์ ที่ได้ทำให้ความผูกพันนี้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้วยปฏิบัติการณ์ของมูลนิธิใน  Burkina Faso.” – โอลิวิเยร์ บัสซอง (Olivier Baussan)  ผู้ก่อตั้ง  L’OCCITANE กล่าว

การจัดซื้ออย่างมีความรับผิดชอบ

ในความสนใจที่จะรักษาไว้ซึ่งความสามารถที่จะสืบค้นที่มาของส่วนผสมที่เราใช้ และความยั่งยืนของของห่วงโซ่วัตถุดิบของเรา  L’OCCITANE มีทีมงานที่อุทิศตนให้กับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้ผลิต  สูตรผสมของเรา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ ได้ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่งเสมอ และหลีกเลี่ยงการเป็นโจรสลัดชีวภาพ (การเข้าไปยึดครองพืชพื้นถิ่นโดยไม่ชอบธรรม)  ในทุกรูปแบบ 

เพื่อให้เห็นกรอบการทำงานที่ชัดเจนของนโยบายว่าด้วยจริยธรรมองค์กร เราจึงได้ยึดหลักตาม UN Global Pact (โครงการความเป็นปึกแผ่นขององค์การสหประชาติ) และหลักการ 10 ประการว่าด้วยสิทธิมนุษยชน , สิทธิของแรงงาน  , สิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และการต่อต้านคอรัปชั่น

ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ประวัติศาสตร์ของ  L’OCCITANE นั้นมีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้น ไม่เพียงแต่กับพืชพรรณแห่งโพรวองซ์ และเมดิเตอร์เรเนียน  แต่ยังมีต่อบรรดาผู้คนที่เพาะปลูกพืชเหล่านั้นด้วย  เกณฑ์การควบคุมคุณภาพและความสามารถในการสืบค้นที่มาของเรานั้นเข้มงวด และมีเงื่อนไขเรียกร้องมาก   เราให้การสนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่น  และเมื่อสามารถทำได้เราจะพยายามเลือกใช้ส่วนผสมออร์แกนิกที่ได้รับการรับรอง และ/หรือได้รับมาตรฐาน  P.D.O.  เราให้สิทธิพิเศษกับเครือข่ายการผลิตขนาดเล็กแบบ บูรณาการ  หากพืชพันธุ์ตามธรรมชาติถูกนำมาใช้มากจนเกินไป  เราจะจัดให้มีโปรแกรมการเพาะปลูกอย่างมีการควบคุม   ท้ายที่สุด เราทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆภายในพื้นที่ เพื่อช่วยอนุรักษ์พืขผลที่อยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์  หรือเพื่อช่วยชุบชีวิตพืชพันธุ์ที่ถูกลืมไปนานแล้วให้หวลคืนกลับมาอีกครั้ง

ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม >

ไม่เป็นโจรสลัดชีวภาพ (Biopiracy)

สิทธิบัตรที่จดทะเบียนโดย L'OCCITANE นั้นเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการบำบัดรักษาโรค หรือเกี่ยวกับการเสริมความงาม  ซึ่งเป็นผลจากการวิจัย โดยแผนกวิจัยและพัฒนาของบริษัทเอง  

L’OCCITANE จะไม่ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม (การเป็นโจรสลัดชีวภาพ หรือ biopiracy)  แต่จะทำการทดลองและวิจัยเพื่อค้นหาคุณสมบัติใหม่ๆ มาใช้ในส่วนผสมเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความงาม  และการจดสิทธิบัตรนี้จะไม่มีการห้ามบริษัทอื่นในการใช้พืชพันธุ์ชนิดเดียวกัน  

ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม

ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา L’OCCITANE ได้นำคตินิยมหลัก และหลักปฏิบัติ UN Global Compact มาใช้อย่างเป็นทางการ ในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน , มาตรฐานแรงงาน และการต่อต้านการคอรัปชั่น

การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เราพยายามจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานของเราในทุกๆด้าน  ตั้งแต่การคิดค้นสูตรผสม ไปถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์  รวมไปจนถึงการผลิตและการกระจายสินค้าด้วย  และเพื่อที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เรากำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้ได้มาตรฐาน ISO 14001

พนักงานและบูทีคของเราร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการทำตามขั้นตอนวิธีการที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวในทุกๆด้านที่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้  

สูตรผสม

L'OCCITANE ได้ปฏิบัติสิ่งต่อไปนี้ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากผลิตภัณฑ์ของเรา :
 • ไม่ใช้ พทาเลต (phthalates) ในน้ำหอม ตั้งแต่ปี 2005• ค่อยๆลดปริมาณการใช้ พาราเบน ( parabens)
 • เลือกใช้น้ำมันจากพืชแทนน้ำมันจากกระบวนการปิโตรเคมี
 • จำกัดปริมาณการใช้ซิลิโคน ( silicones)

สูตรผสมของเรา >

บรรจุภัณฑ์

L’OCCITANE ได้ว่าจ้างให้บริษัทจัดทำบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  โดยให้ความสำคัญกับ 4 จุดหมายหลัก:
 • Reduce - ลด : น้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ , ปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เหลือทิ้ง , ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 • Recycle – รีไซเคิล / การหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ : การเลือกใช้วัสดุที่เป็นผลิตผลที่ได้มาจากอุตสาหกรรมแปรรูปขยะสาธารณะ  , การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เอื้อให้ผู้บริโภคสามารถแยกส่วนประกอบเพื่อทิ้งออกจากกันได้
 • Reuse – การนำกลับไปใช้ใหม่ : เลือกใช้วัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว เช่นในบรรจุภัณฑ์ชนิดเติมของเรา
 • Control – การควบคุม : พันธกิจว่าด้วยระบบนิเวศน์ของผู้ผลิตวัตถุดิบให้เรา , ผลกระทบโดยรวมของผลิตภัณฑ์ของเราที่มีต่อโลก โดยตัวสถาบัน , การประเมินวงจรชีวิต 

ชุดผลิตภัณฑ์ที่เราเริ่มนำแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาใช้คือ Aromachologie และ Verdon ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์นำร่องให้กับคอลเลคชั่นอื่นๆ  ชุดผลิตภัณฑ์  Verdon สำหรับท่านชาย ออกวางตลาดในปี 2010 โดยใช้ขวด PET ที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิล  100%  เป็นวัสดุสำหรับจัดทำบรรจุภัณฑ์แบบเดี่ยว  นับเป็นครั้งแรกของ L’OCCITANE และเป็นก้าวย่างอันพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม  การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิดเติมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับ แชมพูและคอนดิชันเนอร์ ในคอลเลคชั่น  Aromachologie คือขั้นตอนต่อไป ตามด้วยบรรจุภัณฑ์ชนิดเติมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในอีกหลายชุดผลิตภัณฑ์ 

การผลิต

การจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากสถานที่ผลิต คือหนึ่งในหลักสำคัญของนโยบายว่าด้วยสิ่งแวดล้อมของ L’OCCITANE โดยมีเป้าหมาย 3 ประการ :
 • ลดการใช้พลังงาน
 • ลดการใช้น้ำและลดการก่อมลพิษจากน้ำที่ทิ้งจากโรงงาน
 • ลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น  พร้อมทั้งเพิ่มปริมาณขยะที่นำไปรีไซเคิล  

นับจากปี 2002 ความพยายามที่จะพัฒนาการแยกขยะจากสถานที่ผลิต ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง  เมื่อถึงสิ้นปี 2010  60% ของขยะนับเป็นตันๆได้รับการรีไซเคิล  เมื่อขยะไม่สามารถแยกประเภทเพื่อจัดการได้ เราเลือกที่จะส่งเสริมให้นำขยะไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน  โดยนำขยะไปเผาเป็นถ่านเพื่อนำมาใช้ให้พลังงาน  ในปี 2010  90% ของขยะทั้งหมดของเราได้หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์  ขณะที่อีก 10% ที่เหลือ จะถูกนำไปถมที่  เป้าหมายของเราคือจะต้องลดปริมาณขยะลงอีก  จนท้ายที่สุด จะพยายามไม่ให้มีขยะเหลือไปถมที่อีกต่อไป      

พนักงาน

มีพนักงานมากกว่า 1,000 คนทำงานในโรงงานของเรา มีการริเริ่มโครงการมากมายเพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในความพยายามที่จะลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

การขนส่งและกระจายสินค้า

การประเมิน รอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint - ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์) ที่จัดให้มีขึ้นในปี 2011 เปิดโอกาสให้เราสามารถระบุจุดที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นในขั้นตอนการกระจายสินค้าระดับล่างๆลงไปได้แน่นอน : การลดปริมาณการขนส่งทางอากาศ และการบรรจุของในคอนเทนเนอร์ขนส่ง แผนปฏิบัติการณ์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนโดยเชื่อมโยงไปยังสายกระจายสินค้าในระดับล่างๆลงไป ได้รับการนำไปปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆเหล่านี้

บูทีค

L’OCCITANE ต้องการให้แน่ใจว่าวัสดุที่ใช้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น สี , ปูนขาว , แร่ธาตุต่างๆ หรือท่อนไม้จากป่าที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน  

ร้านของเราจะไม่มีการใช้ไฟสปอตไลท์ที่เป็นหลอดฮาโลเจนอีกต่อไป  แต่จะใช้โคมไอโอไดด์ และหลอดแอลอีดี  ส่วนต่างๆในร้าน คอนเส็ปท์ สโตร์ ใหม่ๆจะใช้ไฟแอลอีดี หรือหลอดฟลูออเรสเซนท์ขนาดเล็ก ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานที่ใช้ในการให้แสงสว่างลงได้มากถึง 40%