ย้อนกลับ

ส่วนผสม

อิมมอร์แตล ออร์แกนิก

อิมมอร์แตล เป็นดอกไม้ที่ไม่มีวันโรยรา แม้เมื่อเด็ดจากต้นแล้ว ชื่อภาษาละติน  “Helichrysum”  หมายถึง “ตะวันสีทอง” เฉกเช่นสีเหลืองทองของดอกไม้นี้  สำหรับขาวคอร์ซิกัน (Corsican)  อิมมอร์แตลคือสัญลักษณ์ของ maquis (ท้องทุ่งแห่งพุ่มไม้หอมแห่งคอร์ซิก้า)  ด้วยกลิ่นหอมอันตรึงใจ  

แคว้น Balagne รู้จักกันในอีกนามหนึ่งว่าเป็น “สวนแห่งคอร์ซิก้า”   ในปี  2001  ณ ใจกลางดินแดนแห่งความหอมแห่งนี้  L'OCCITANE  ได้ค้นพบไม้ป่าสุดพิเศษนี้  อิมมอร์แตลมีคุณสมบัติทางยาที่รู้จักกันดีในประเพณีของแถบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น แก้ผื่นคัน อาการอักเสบ (มีประสิทธิภาพดีกว่าดอกอาร์นิก้า)  รวมถึงคุณสมบัติในการรักษาและสมานแผล  

พบกับคอลลเคชั่น  IMMORTELLE  ของเรา >

การสืบมาตรฐาน

นับจากที่คุณสมบัติต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยของอิมมอร์แตลถูกค้นพบ การเก็บอิมมอร์แตลป่าก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกเก็บตามแนวทางที่ยั่งยืน จะเป็นการช่วย “ทำความสะอาด”  ดินแดนไม้พุ่มหรือ maquis  และช่วยป้องกันไฟป่าในทางอ้อมด้วย อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เก็บได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะยาว  ดังนั้น ในปี  2004  L’OCCITANE  จึงริเริ่มโครงการพื้นที่ปลูกอิมมอร์แตลขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ 50 เฮกตาร์ บนเกาะคอร์ซิก้า โดยใช้วิธีเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ในปี 2011 เกษตรกร 6 ราย  เก็บเกี่ยวและกลั่นอิมมอร์แตลออร์แกนิกในแคว้น Balagne และคอร์ซิก้าตะวันออก ซึ่งสามารถรับประกันทั้งในด้านคุณภาพและการสืบมาตรฐานตามขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวจนถึงการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้ พันธมิตรทุกรายล้วนให้คำมั่นว่าจะร่วมงานกับ L’OCCITANE  ในระยะยาว  

สเตฟาน ฟรานซิสซิ (Stephan Francisci) เป็นคนแรกที่เริ่มการผจญภัยครั้งใหม่นี้  ปัจจุบันเขาสามารถเก็บเกี่ยวผลิตผลในพื้นที่ 10 เฮกตาร์ให้กับ L’OCCITANE ระหว่าง Bastia และ Porto-Vecchio  “อิมมอร์แตลทุกดอกที่เราเก็บเกี่ยว ช่วยอนุรักษ์พืชพรรณตามธรรมชาติของ  maquis”  ปาสคาล เชรูแบง (Pascale Chérubin)  ศาสตราจารย์สาขาชีววิทยา ผู้อาศัยใน Ghisonaccia และเป็นเจ้าของพื้นที่ปลูก 5 เฮกตาร์ กล่าวว่า “ดอกไม้นี้ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีสำหรับผม ผมรู้สึกได้เสมอว่า ทุกอย่างที่เป็นคอร์ซิก้าถูกหลอมรวมไว้ในดอกอิมมอร์แตล ด้วยกลิ่น หอมแบบเครื่องเทศนี่เอง “ 


รู้หรือไม่

• ดอกอิมมอร์แตลจะถูกเก็บในตอนเช้า และกลั่นในตอนเย็นวันเดียวกัน  เพื่อสกัดเอาส่วนประกอบทั้งหมดออกมา 
• พื้นที่ 1 เฮกตาร์  สามารถผลิตดอกอิมมอร์แตลได้ 4 ตัน  ซึ่งจะให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหย 8 กิโลกรัม

ประสิทธิภาพที่ได้รับการจดสิทธิบัตร

L’OCCITANE ได้จดทะเบียนสิทธิบัตร 4 ฉบับซึ่งยืนยันถึงคุณลักษณะในเชิงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ของงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเซลล์ใหม่  และประสิทธิภาพอันโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงผิวที่มีอิมมอร์แตลจากคอร์ซิก้าเป็นส่วนผสมของเรา    • สิทธิบัตรฉบับที่ 1: ชะลอริ้วรอยแห่งวัยด้วย Precious Cream: ปฏิบัติการเสริมสร้างความเปล่งปลั่ง (กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ) ช่วยให้ผิวเนียนเรียบ (กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในเส้นเลือดฝอยที่มาหล่อเลี้ยงผิว) และช่วยให้ผิวกระชับ (ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ)
• สิทธิบัตรฉบับที่ 2: ครีมชะลอริ้วรอยแห่งวัยสำหรับใช้ตอนกลางคืน ด้วย Very Precious Cream: สิทธิบัตรฉบับที่ 1 เสริมด้วยปฏิบัติการซ่อมแซมและป้องกันการเกิดจุดด่างดำ 
• สิทธิบัตรฉบับที่ 3: ปฏิบัติการชะลอริ้วรอยแห่งวัยสมบูรณ์แบบ และปฏิกิริยาต่อความอ่อนเยาว์ในระดับเซลล์ ด้วย Divine Cream: ช่วยกระตุ้นการสร้าง SIRT-1 โดยไฟโบรบลาสท์ (fibroblast)
• สิทธิบัตรฉบับที่ 4: การประสานคุณประโยชน์จากสารสกัดใหม่จากเซลล์อิมมอร์แตล และน้ำมันหอมระเหยจากอิมมอร์แตลด้วย Precious Cream ใหม่ : ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงข่ายค้ำจุนผิว และกระตุ้นการผลัดเซลล์ตามธรรมชาติของเซลล์ผิวที่อยู่ลึกลงไป  

เมอร์เทิล ออร์แกนิก

คือสัญลักษณ์ของชีวิต เมอร์เทิลสามารถอยู่ได้ทนนานถึง 300 ปี ทั้งยังสามารถงอกกลับขึ้นมาใหม่หลังจากถูกไฟเผาได้ บนเกาะคอร์ซิก้า “เกาะแห่งความงาม” เมอร์เทิลป่าถูกนำมากลั่นเพื่อผลิตเป็น "Angel Water" (กลั่นจากใบและผล)  ของเหลวที่มีกลิ่นหอมนี้ถือเป็นของสูงค่าของสาวชาวคอร์ซิกัน โดยนำมาเสริมความงาม ทำให้ผิวนุ่มนวลได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งยังทำให้ผิวละเอียดและมีกลิ่นหอมหลังจากใช้แล้ว –  ดุจดั่งได้รับการลูบไล้จากลมหายใจของนางฟ้า  

การสืบมาตรฐาน

L'OCCITANE  เสาะหาเมอร์เทิลจากโรงกลั่นของชาวคอร์ซิกัน เมอร์เทิลเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติในคอร์ซิก้า  และจะทำการเก็บเกี่ยวระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ก้านอ่อนของต้นเมอร์เทิลจะนำไปกลั่นเพื่อผลิตเป็นทั้งน้ำมันหอมระเหย และน้ำหอมจากดอกไม้ – รู้จักกันในนาม Angel Water   ขณะที่ผลเมอร์เทิลหรือเมอร์เทิลเบอร์รี่จะใช้ผลิตเป็นสุราหรือไวน์เมอร์เทิล 

ประสิทธิภาพ

เมอร์เทิลและอิมมอร์แตลรวมกันเป็นส่วนผสมชั้นเลิศ ด้วยพลังแห่งความยั่งยืนอันแสนพิเศษของเมอร์เทิล L'OCCITANE  จึงสามารถสร้างสรรค์ชุดผลิตภัณฑ์อิมมอร์แตลใหม่ สำหรับหญิงสาวที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผิวพรรณเท่านั้น L’OCCITANE ทำการทดสอบประสิทธิภาพของน้ำมันหอมระเหยจากเมอร์เทิล กับเซลล์สร้างเส้นใยเต็มวัยที่เพาะขึ้นในหลอดทดลอง และพบว่าสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างความมีอายุยืนยาว (SIRT-1)  ได้ โดยเพิ่มอัตราการสร้างขึ้นถึง 26%

Whipped Shower Foam Shea RoseWhipped Shower Foam Shea Rose

เพลิดเพลินกับการอาบน้ำด้วย Whipped Shower Foam Shea Rose ที่มีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ในรูปของเนื้อโฟม ที่ช่วยทำให้ผิวนุ่มลื่น

Shea Butter Extra Gentle Soap - Milk

สบู่อาบน้ำผิวกายที่มีส่วนผสมทั้งหมดจากธรรมชาติ และอุดมไปด้วยเชีย บัตเตอร์5% สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผุ้ใหญ่ ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน

Almond Shower Oil

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่ดีที่สุด                                                                                                                                                                                                  อุดมไปด้วยพลังแห่งคุณสมบัติของการมอบความชุ่มชื้นของ สวีท อัลมอนด์    ผลิตภัณฑ์เพื่อการอาบน้ำชนิดน้ำมันนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นโฟมเมื่อสัมผัสกับน้ำ ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนพร้อมมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของคุณที่ชวนให้หลงใหล กลิ่นหอมที่ชวนให้น่ารับประทานจะเติมเต็มการอาบน้ำของคุณและนำคุณเข้าสู่ช่วงวันแห่งฤดูร้อนด้วยการโอบกอดของอัลมอนด์จากโพรวองซ์ และผิวของคุณจะรู้สึกนุ่มนวลขึ้น ให้การบำรุงได้มากกว่าหลังจากการใช้เพียงแค่ครั้งเดียว- ได้รับรางวัลสบู่อาบน้ำที่ดีที่สุดจาก Woman & Home Best in Beauty ปี 2013- ได้รับการโหวตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการอาบน้ำที่ดีที่สุดจาก Psychologies Positive Beauty Awards ปี 2012- ได้รับเลือกให้อยู่ใน The Ultimate Natural Bible ปี 2014- “ด้วยสูตรเข้มข้นของน้ำมันอัลมอนด์ที่กลายเป็นฟองเมื่อสัมผัสกับน้ำผสมผสานกับกลิ่นหอมของอัลมอนด์ช่วยผ่อนคลายความเครียดในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี” แคสซี่สเตียร์, นักเขียนด้านความงามจากนิตยสาร Marie Claire

Lavender Shea Butter Liquid Soap

สบู่เหลวล้างมือ ที่อุดมไปด้วยเชีย บัตเตอร์ และสารสกัดจากว่านหางจระเข้ พร้อมทั้งมีกลิ่นหอมจากดอกลาเวนเดอร์ สามารถใช้ได้กับผิวปกติ ผิวแห้ง และผิวแพ้ง่าย

Lavender Shower Gel organic certified

Lavender Shower Gel ทำความสะอาดร่างกายพร้อมทิ้งกลิ่นหอมไว้

L'Occitan Shower Gel

แค่พกเจ้าตัวนี้ใส่กระเป๋าเดินทางหรือไปออกกำลังกายก็พอแล้ว เจลอาบน้ำจะทำความสะอาดร่างกายและผมของคุณอย่างอ่อนโยน พร้อมส่งกลิ่นหอมซาบซ่านของ Eau de L’OCCITAN

Verbena Foaming Bath

ด้วยคุณค่าแห่งสารสกัดจากเวอร์บีน่า จากเมืองโพรว็องซ์ โฟมอาบน้ำที่มีกลิ่นหอมๆของส้มจะมอบประสบการณ์ความผ่อนคลายให้คุณอย่างแท้จริง

Verbena Shower Gel

"ด้วยคุณค่าของสารสกัดจากดอกเวอร์บีน่าจากโพรว็องซ์ เจลอาบน้ำนี้จะช่วยทำความสะอาดร่างกายของคุณอย่างอ่อนโยน และให้กลิ่นหอมไซตรัสเบาๆ
ที่เมืองโพรว็องซ์ เมื่อเข้าสู่หน้าร้อน นั่นหมายถึงการย่างเข้าฤดูเก็บเกี่ยวของดอกเวอร์บีน่า ในขณะที่กำลังนำดอกไม้ไปยังโรงกลั่น ใบของต้นเวอร์บีน่าที่เพิ่งเก็บมาสดๆก็จะลอยไปตามกระแสน้ำ ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างกลิ่นหอมกับความสดชื่นของน้ำที่กำลังไหล

Citrus Verbena Shower Gel Eco-Refill

เพื่อความคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคุณสามารถเลือกซื้อเจลอาบน้ำ Verbena ในแบบรีฟิลที่มี
 น้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ลดลง 80%
ในราคาที่ประหยัดยิ่งขึ้น

Aromachologie Cleansing Revitalizing Gel Hand & Body

โฟมมิ่งเจลสำหรับมือและผิวกายเพื่อความชุ่มฉ่ำ
ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Revitalizing ซึ่งมีกลิ่นหอม 100%จากธรรมชาติและมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ถึงประสิทธิภาพในการฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาให้แก่ร่างกาย

Whipped Shower Foam Shea Rose

เพลิดเพลินกับการอาบน้ำด้วย Whipped Shower Foam Shea Rose ที่มีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ในรูปของเนื้อโฟม ที่ช่วยทำให้ผิวนุ่มลื่น

Cerisier Pastel Shower Gel

ชาวเวอร์เจลที่นุ่มนวลดุจโฟม ที่จะทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน คงไว้ซึ่งกลิ่นหอมอ่อนๆของกลิ่นในตระกูล Fruity-floral ที่อ่อนโยนของ Cerisier Pastel

Almond Shower Oil

ชาวเวอร์ ออยล์ ขจัดสิ่งสกปรกอย่างล้ำลึก เมื่อสัมผัสกับน้ำ เนื้อออยล์จะกลายเป็นครีมน้ำนมละเอียดอ่อนที่ซึมซาบเข้าบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นและนุ่มนวลเรียบลื่น คุณค่าจากน้ำมันอัลมอนด์จะปกป้องน้ำมันในผิวให้กลับสู่สมดุล พร้อมด้วยกลิ่นหอมของอัลมอนด์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการโกนขนได้อย่างดีเยี่ยม

Cherry Blossom Bath & Shower Gel

โฟมครีมเข้มข้น เพื่อความรื่นรมย์แห่งการอาบน้ำ

เจลอาบน้ำมอบความสดชื่น หอมละมุจากธรรมชาติ แห่ง Cherry แรกแย้ม สามารถใช้เป็น foaming bath ให้โฟมครีมหนานุ่ม เพื่อความผ่อนคลายและคืนความสดชื่นในการอาบน้ำอย่างแท้จริง

Roses et Reines Silky Shower Gel

Rose et Reines Silky Shower Gel อุดมไปด้วยน้ำดอกกุหลาบ ที่ละลายบนผิว และทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมกับมอบความหอมนุ่มละมุนของดอกกุหลาบ และมวลดอกไม้ที่ประกอบไปด้วยสารสกัดจากดอกกุหลาบจากเมืองกลาซ บัลแกเรีย โมรอคโค และ ตุรกี พร้อมกับสารสกัดจากดอกกุหลาบจากโพรวองซ์ ที่ใช้การสกัดแบบดั้งเดิม

Almond Delicious Paste

เผยผิวใหม่ด้วยสครับที่ผสมผสานระหว่างเมล็ดและเปลือกอัลมอนด์บดละเอียดกับเกล็ดน้ำตาลที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนโลหิต น้ำมันและเนยจากอัลมอนด์จะปกป้องและให้ความชุ่มชื่นกับผิว ผลคือผิวนุ่มเรียบเนียนยิ่งขึ้น

Almond Eco-Refill Shower Oil

Shower Oil Eco-refill เป็นชาวเวอร์ ออยล์เพื่อความสวยงามของผิวพรรณและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย เนื้อออยล์จะกลายเป็นเนื้อครีมเมื่อสัมผัสกับน้ำ

ใช้ขจัดสิ่งสกปรกของร่างกายได้อย่างอ่อนโยน เนื้อออยล์เต็มไปด้วยน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ ที่ช่วยคงไว้ซึ่งน้ำและไขมันที่เคลือบผิวอยู่ และยังให้กลิ่นหอมของอัลมอนด์ที่ใครๆก็หยุดดมไม่ได้ เพื่อผิวอันเปล่งปลั่ง ใช้กับผิวหนังที่ยังเปียกอยู่ นวดเบาๆและล้างออก

อัลมอนด์

ดอกอัลมอนด์ ซึ่งปกติจะออกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ –  มีนาคม นับเป็นดอกไม้ที่ผลิบานเร็วที่สุดของปี ท้องทุ่งจะปกคลุมไปด้วยดอกสีชมพูและขาว ดูสวยงามมาก ในโพรวองซ์ ต้นอัลมอนด์คือลัญลักษณ์อันโดดเด่นของภูมิประเทศในแถบนี้ จนถึงต้นศตวรรษที่ 20   แต่นับจากทศวรรษที่ 1930 เป็นต้นมา การเพาะปลูกต้นอัลมอนด์ได้ค่อยๆ หายไป สาเหตุจากการนำเครื่องจักรมาใช้ในการเกษตรกรรมมากขึ้น และการก้าวเข้ามาของพืชพรรณใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบมากกว่า เป็นผลให้ต้นอัลมอนด์กลายเป็นของหายากในแถบนี้ L’OCCITANE ประสงค์จะให้ต้นไม้ที่เคยเป็นสัญลักษณ์นี้ได้กลับมาอยู่ในที่ที่สมควรในทิวทัศน์ของโพรวองซ์ และดังนั้นจึงจัดซื้อผลผลิตอัลมอนด์จากผู้ผลิตในโพรวองซ์  

พบกับคอลเลคชั่น  ALMOND >

การสืบมาตรฐาน

ด้วยการใช้อัลมอนด์ที่ปลูกในทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  L'OCCITANE  ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจการปลูกอัลมอนด์ และครอบครัวคนงานที่ได้รับการว่าจ้าง   ดังเช่น ฟาร์มของครอบครัว มองซิเออร์ จอว์แบรท์  (Mr. Jaubert)  เกษตรกรผู้ปลูกอัลมอนด์ในที่ราบ  Valensole  ใน  Alps of Haute-Provence  

"จนปัจจุบัน  ผมปลูกอัลมอนด์มาแล้ว 10,000 ต้น  นี่คือการมีส่วนร่วมในการช่วยโลกของผม    ต้นไม้นี้สอนเราให้มีสติปัญญาและความเคารพ   หากคุณดูแลต้นไม้อย่างดี ต้นไม้จะขอบคุณคุณ  และให้ผลผลิตที่ดี   " มองซิเออร์ จอว์แบรท์  กล่าว 

รู้หรือไม่

ด้วยรากที่หยั่งลึกและใบของต้นอัลมอนด์ซึ่งคายความชื้นออกมาเพียงเล็กน้อย ต้นอัลมอนด์จึงทนทานต่อสภาวะแห้งแล้ง ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ของเราและให้ผลผลิตดีเลิศ  

ประสิทธิภาพที่ได้รับการจดสิทธิบัตร

L’OCCITANE พัฒนาส่วนผสมพิเศษจากอัลมอนด์ โปรตีน เพื่อช่วยกระชับและทำให้ผิวกายเนียนเรียบ ประกอบด้วยอัลมอนด์โปรตีนที่ให้ผิวเนียน ซิลิเซี่ยม (silicium) ที่มอบความตึงกระชับ และน้ำมันหอมระเหยที่ให้ชีวิตชีวา จากอิมมอร์แตล ตะไคร้พาลมาโรซา (palmarosa) และเป็บเปอร์มินท์ การกระตุ้นให้ไขมันแตกตัวเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า (ผลจากการทดลองในหลอดทดลอง)  

แวร์ดง

ในปี 2010 L’OCCITANE  เสาะหาแหล่งแรงบันดาลใจใหม่ทั้งหมด เพื่อใช้ในชุดผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผู้ชาย ณ หุบเขาอันแสนพิเศษ ที่ซึ่งความเป็นธรรมชาติอันหาได้ยากในปัจจุบัน ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม และเป็นที่อาศัยของพืชพรรณกว่า 2,200 ชนิดพันธุ์ นี่คือหุบเขาแวร์ดง ภาพทิวทัศน์อันน่าตื่นตาของ Haute-Provence  แม่น้ำแวร์ดง (Verdon) ได้รังสรรค์ให้เกิดเป็นสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันโดดเด่น เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ  ซี-บัคธอร์น (sea-buckthorn) เจเนพี (genepi) มินท์ และน้ำแร่ธรรมชาติ ถูกนำมารวมกัน ในสูตรผสมที่สดชื่นเป็นพิเศษสำหรับผิวของสุภาพบุรุษ เพื่อหลอมรวมสัมผัสอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของกีฬาทางน้ำกลางแสงแดดอุ่น !

พบกับผลิตภัณฑ์สำหรับท่านชาย >

การสืบมาตรฐาน

 “การให้ความเคารพในความบริสุทธิ์และความเป็นพันธุ์แท้ของพืชเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม ดังนั้น ผมจึงเลือกที่จะปลูกมันด้วยวิธีออร์แกนิก” เอริค ฟรองซัวส์ (Eric François) เกษตรกรผู้ปลูก เจเนพี ในจังหวัด Vars แคว้น Hautes-Alpes  กล่าว ส่วนผสมออร์แกนิก 3 ชนิดจาก Haute-Provence ในชุดผลิตภัณฑ์นี้ ได้แก่:
 • เป็ปเปอร์ มินท์ มาจากไร่ออร์แกนิกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 ในแคว้นแวร์ดง ใน Allemagne-en-Provence  โดยคริสเตียง โกเดอมาร์ด (Christian Gaudemard)
 • ซี-บัคธอร์น เก็บเกี่ยวโดยเมอร์ซิเออร์และมาดามเรย์เนียร์  (Mr. and Mrs. Reynier ) ใน Drac Valley  ทั้งคู่ปลูกซี-บัคธอร์นมานาน 30 ปีแล้ว  
 • เจเนพีปลูกโดย เอริค ฟรองซัวส์  ผู้รักใคร่ต้นไม้  ใน Vars  ที่ระดับความสูงกว่า 2,000 เมตร

ชุดผลิตภัณฑ์ Verdon ใหม่  สร้างสรรค์ขึ้นตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ของ L’OCCITANE
 • ทั้งขวดพลาสติกและขวดแก้วทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% (และไม่มีกล่อง)
 • มีให้เลือกทั้งฝาเกลียวและฝาสูบ ซึ่งสามารถถอดออกจากขวดก่อนส่งไปรีไซเคิลได้   
 • ฉลากทำจากวัสดุเดียวกันกับขวด (PET) เพื่อจะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการรีไซเคิล

L’OCCITANE ได้พัฒนาส่วนผสมที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ของส่วนผสมออกฤทธิ์ที่ทำงานร่วมกัน ส่วนผสมออร์แกนิกจาก Haute-Provence  มอบผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบแก่ความต้องการเฉพาะของผิวท่านชาย  
 • ดับกระหาย: น้ำซี-บัคธอร์น ช่วยให้ผิวรู้สึกสบายอย่างเหลือเชื่อ
 • ให้พลัง: น้ำมันซี-บัคธอร์น คืนชีวิตชีวาแก่ผิวอีกครั้ง ทั้งยังให้ความเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี  
 • ปกป้อง: สารสกัดจากเจเนพี ช่วยเสริมภูมิต้านทานของผิวต่อสภาวะแวดล้อมที่โหดร้ายให้แข็งแกร่งขึ้น  เพื่อช่วยปกป้องความอ่อนเยาว์ของผิว  
 • ความสะอาดบริสุทธิ์: น้ำมันหอมระเหยจากเป๊ปเปอร์มินท์ ผสานกับสังกะสี (zinc)  ช่วยลดความมัน และให้ผิวสะอาดกระจ่างใส 

เคด ออร์แกนิก

เคด หรือต้นสนจูนิเปอร์ป่า  ขึ้นตามธรรมชาติในเขตพื้นที่ไม้พุ่มของโพรวองซ์   ในอดีต บรรดาคนเลี้ยงแกะ ผู้กำความลับของการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากเนื้อไม้เคด ใช้น้ำมันล้ำค่านี้ปกป้องผิวหน้าและมือจากลมและแสงแดด  พวกเขาจะตัดกิ่งของต้นสนจูนิเปอร์ป่า  แล้วจุดไฟกองโต  เพื่อทำให้น้ำมันเหนียวข้นไหลออกมาจากเนื้อไม้   น้ำมันนี้มีคุณสมบัติในการปกป้อง และเพิ่มความแข็งแกร่งให้ผิว    นอกจากนี้ยังใช้รักษาแผลให้กับสัตว์ได้ด้วย  ตามธรรมเนียมดั้งเดิมการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากไม้เคดนี้จะทำคู่กับการเลี้ยงแกะและแพะ   

พบกับผลิตภัณฑ์สำหรับท่านชาย >


การสืบมาตรฐาน

L'OCCITANE ใช้เคดจากหนึ่งในพื้นที่เก็บที่มีอยู่มากมายใน Alps of Haute-Provence  ใกล้กับหมู่บ้าน Le Chaffaut ลำต้นจะถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปกลั่นให้ได้น้ำมันหอมระเหยจากเคด ซึ่งได้รับการรับรองความเป็นออร์แกนิกจาก Ecocert

ฌอง-หลุยส์ เดลโฟร์  (Jean-Louis  Delfour ) ผู้ลุ่มหลงในพืชพรรณและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไม้เคด และเป็นผู้เลือกเก็บเคดให้กับ L'OCCITANE  ท่องผ่านเขต Alps of Haute-Provence  เพื่อเสาะหาต้นเคดที่ซุกซ่อนอยู่ในเขตไม้พุ่ม ด้วยสายตาที่ได้รับการฝึกฝนมา เขาสามารถเสาะหาและเก็บเคดให้กับ L’OCCITANE  ได้อย่างง่ายดาย  "เคดทำให้ผมนึกถึงวัยเด็กและกลิ่นของต้นไม้อันมีลักษณะเฉพาะ  ที่พ่อของผมใช้ในที่ทำงานของเขาใน    Thiers"

รู้หรือไม่

การเก็บเกี่ยวไม้เคดมีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาและปกป้องเขตไม้พุ่มในโพรวองซ์   เคดเป็นไม้พุ่มโตเร็วซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อพืชสายพันธุ์อื่นๆ และยังอาจเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดไฟป่าด้วย  

ประสิทธิภาพที่ได้รับการจดสิทธิบัตร

L’OCCITANE ได้พัฒนาส่วนผสมที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะของผิวท่านชาย นอกเหนือจากคุณสมบัติในการทำความสะอาด และให้ชีวิตชีวาแล้ว ยังช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ช่วยในการสร้างเซลผิวใหม่ และช่วยปกป้องผิวด้วย 

แองเจลิกา ออร์แกนิก

แองเจลิกา เป็นต้นไม้ที่น่าสนเท่ พันธุ์ไม้โบราณในตระกูลเดียวกับผักชีฝรั่งนี้เป็นที่รู้จักดีถึงความสามารถในการอยู่รอดอันโดดเด่น สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ และสามารถสูงได้ถึง 2 เมตรในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงออกดอก ความลับอยู่ที่รากที่หนาและหยั่งลึกซึ่งทำหน้าที่เหมือนช่องทางส่งน้ำ ดึงน้ำมากเท่าที่ต้องการเพื่อการเจริญเติบโต L‘OCCITANE รู้สึกสนใจในคุณสมบัติของการให้ความชุ่มชื้นและชีวิตชีวาของแองเจลิก้าเป็นพิเศษ ชุดผลิตภัณฑ์ Angelica เหมาะกับหญิงสาวผู้ต้องการเรียกคืนความเปล่งประกายของผิว 

พบกับคอลเลคขั่น ANGELICA >



การสืบมาตรฐาน

L’OCCITANE  ใช้แองเจลิกาจากไร่ของเฟรเดอริค นิวง (Frédéric Nivon) ในหมู่บ้าน Lapeyrouse Mornay แคว้น Drôme "แองเจลิกาเป็นต้นไม้มหัศจรรย์ที่ไม่เคยหยุดทำให้ผมประหลาดใจ แม้จะปลูกมานานถึง 12 ปีแล้วก็ตาม"  

70 ปีก่อน ปู่ของเขาเริ่มทำไร่ใกล้กับหมู่บ้าน Lapeyrouse Mornay  ในแคว้น Drôme มองซิเออร์ นิวง สานต่อธุรกิจของครอบครัวนี้ โดยดำเนินตามรอยเท้าของผู้เป็นปู่และพ่อของเขา   เป็นเวลา 12  ปีที่เขาปลูกแองเจลิก้า และความสามารถในการมีชีวิตรอดอันโดดเด่นของต้นไม้นี้ยังคงทำให้เขาประหลาดใจ ในปี 2005 แองเจลิกาที่เขาปลูกให้ L’OCCITANE  ได้รับใบรับรองออร์แกนิก ซึ่งตามเงื่อนไข จะต้องไม่มีการใช้ปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงที่เป็นสารเคมี น้ำมันหอมระเหยและน้ำแองเจลิกา จากแองเจลิกา ออร์แกนิก สกัดจากรากของต้นแองเจลิกาเหล่านี้ 

รู้หรือไม่

แองเจลิกามีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น "Angel Grass" หรือ "Holy Spirit Root"  ด้วย รากของต้นแองเจลิก้าใช้ห้อยคอเพื่อเป็นเครื่องราง ช่วยป้องกันเวทย์มนตร์ชั่วร้ายและบรรดาพ่อมดหมอผี ด้วยกลิ่นหอมของมัน  

ประสิทธิภาพที่ได้รับการจดสิทธิบัตร

นับเป็นครั้งแรกในแวดวงเครื่องสำอาง ที่ห้องทดลองของ L’OCCITANE  ได้จดสิทธิบัตรการผสมสารสกัด 2 อย่างจากรากต้นแองเจลิกา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพทั้งต่อความชุ่มชื่น และความมีชีวิตชีวาของผิว 
 • โดยช่วยปรับปรุงการหมุนเวียนของน้ำในผิวให้ดีขึ้น น้ำแองเจลิก้าช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำตามธรรมชาติของผิว  
 • โดยช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ น้ำมันหอมระเหยจากแองเจลิก้า ช่วยให้ผิวดูมีชีวิตชีวาขึ้น ผิวจึงดูสวยงามได้นานยิ่งขึ้น  เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็วและคงอยู่ได้นาน จึงเปล่งปลั่ง เนียนเรียบ และเปล่งประกายสุขภาพ  

กุหลาบ

ในสมัยโบราณ สตรีในแถบเมดิเตอร์เรเนียนใช้น้ำมันแช่กลีบกุหลาบเพื่อทำให้ผิวหอม ทั้งยังทำให้ผิวสดชื่นและสวยงาม ด้วยความเป็นดอกไม้ในตำนานและเป็นอมตะเหนือกาลเวลา กุหลาบจึงเป็น “ราชินีแห่งดอกไม้”  และเป็นที่มาของความคิดสร้างสรรค์อันไม่มีที่สิ้นสุดของนักปรุงน้ำหอม แง่มุมที่หลากหลายของกุหลาบเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คอลเลคชั่น Eaux de Toilette 3 กลิ่น ที่สื่อถึงความเป็นหญิงในทุกรูปแบบ จากโรแมนติคที่สุดไปสู่ความลึกลับ และตรึงใจที่สุด   

พบกับคอลเลคชั่น ROSE >

การสืบมาตรฐาน

นักปรุงน้ำหอมของ L'OCCITANE  ใช้ absolute ที่สกัดจากดอกกุหลาบเซนทิโฟเลีย (Centifolia) จากเมืองกราสส์ concrete  จากกุหลาบดามาสซีนา (Damascena) จากโมร็อคโก และน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบดามาสซีนาจากตุรกีและบัลแกเรีย  

รู้หรือไม่

ข้อแตกต่างระหว่าง  absolute, concrete และน้ำมันหอมระเหย (essential oil):  
 • น้ำมันหอมระเหย คือสารให้กลิ่นหอมที่เป็นสารระเหย  สกัดจากพืช  เป็นกลิ่นหอมเข้มข้นอย่างแท้จริง  และในกรณีของน้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลาบ  ได้มาจากการกลั่นดอกกุหลาบที่เก็บมาสดๆ ด้วยไอน้ำ 
 • concrete ได้จากการสกัดโดยใช้ตัวทำละลายที่เป็นสารระเหย ต้องใช้ดอกกุหลาบถึง  300 -  400 กก. เพื่อสกัดเป็น concrete  ดอกกุหลาบ 1 กก.  และต้องใช้  4-5 ตัน เพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยได้ 1 กก.!
 • absolute คือน้ำมันหอมระเหยที่ได้จาก concrete โดยการสกัดด้วยแอลกอฮอล์

Eau de Toilette, Floral Rose

ความสดชื่นอันละเอียดอ่อนของช่อดอกกุหลาบ ความนุ่มนวลดุจกำมะหยี่ของกลีบดอกยามต้องจุมพิตจากน้ำค้าง ในโพรวองซ์ มีตำนานเล่าขานถึงความงามของบรรดาธิดาทั้งสี่ของเคาน์ท Forcalquier นามว่ามาร์เกอริเต, เอเลนอร์, ซองซิ และเบียทริกซ์ ว่างดงามดุจดอกกุหลาบแห่งกราสส์ บัลแกเรีย โมร็อคโก และตุรกี ที่พวกนางชื่นชอบ ธิดาแต่ละนางต่างสมรสกับกษัตริย์ จึงได้เป็นราชินีทั้งสี่แห่ง Forcalquier ดอกกุหลาบที่พวกนางชื่นชอบถูกนำมาผสมเข้าด้วยกันใน Eau des 4 Reines   ที่ให้กลิ่นหอมสดชื่นงดงาม ละเอียดอ่อน และนุ่มนวลดุจกำมะหยี่  

ลาเวนเดอร์ มาตรฐาน P.D.O. ของฝรั่งเศส

เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า "ทองคำสีน้ำเงิน "  ลาเวนเดอร์ คือการคารวะต่อโพรวองซ์ด้วยกลิ่นหอม คือจิตวิญญาณแห่งความหอมละมุนของดินแดนแห่งนี้  คือผลแห่งการลงแรงด้วยความเคารพ ตามธรรมเนียม ในทุกๆฤดูร้อน  หนุ่มสาวชาวโพรวองซ์ จะเดินขึ้นเขาท่ามกลางแสงแดดอันสดใส เพื่อเก็บดอกลาเวนเดอร์ป่าที่ขึ้นในระดับความสูงมากๆ  ระหว่างช่วงฤดูการเก็บเกี่ยว พวกเขาจะออกเดินทางไปทำงานกลางแจ้งเป็นเวลาหลายวัน  และเมื่อตกกลางคืนพวกเขาจะมารวมกัน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความลับของดอกไม้แห่งฤดูร้อน ที่มีคุณสมบัติให้กลิ่นหอมที่ผ่อนคลายและช่วยทำความสะอาดผิวนี้   ลาเวนเดอร์ในโพรวองซ์  เป็นลาเวนเดอร์เกรดเยี่ยม Fine Lavender สายพันธุ์ Lavandula angustifolia ซึ่งจะให้น้ำมันหอมระเหยที่บริสุทธิ์ที่สุด และเป็นที่รู้จักดีถึงน้ำหอมอันหอมละมุนที่ได้ ซึ่งจะแตกต่างอย่างมากจากน้ำหอม lavandin  ที่ให้กลิ่นของการบูร    

พบกับคอลเลคชั่น  LAVENDER >


การสืบมาตรฐาน

L'OCCITANE คัดสรรน้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ชั้นเยี่ยม มาตรฐาน P.D.O.  ในเขต Haute-Provence  โดยรับซื้อโดยตรงจากกลุ่มสหกรณ์ ใน Sault และในบริเวณรอบๆ 

ตราสัญลักษณ์  P.D.O. (Protected Designation of Origin) รับประกันถึงคุณภาพชั้นเยี่ยมของผลิตภัณฑ์  เนื่องจากเกณฑ์กำหนดที่เกี่ยวเนื่องเข้มงวดมาก :
 • เพื่อที่จะได้รับตราสัญลักษณ์ P.D.O.  น้ำมันหอมระเหยจะต้องผลิตจากการกลั่นโดยใช้ไอน้ำ (ไม่ใช่ด้วยตัวทำละลาย) และใช้ดอกลาเวนเดอร์ ในสายพันธุ์เยี่ยม Lavandula Angustifolia P. Miller หรือ Fine Lavender เท่านั้น 
 • การผลิตจะถูกจำกัดด้วยลักษณะภูมิประเทศ  ทำให้สามารถผลิตได้จากบางจังหวัดของฝรั่งเศสเท่านั้น
 • การปลูกจะต้องทำในบริเวณนี้เท่านั้น ที่ระดับความสูง 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเป็นอย่างน้อย 
 • น้ำมันหอมระเหยต้องบริสุทธิ์: ไม่มีการเติมสาร หรือผลิตภัณฑ์อื่นใดลงไป    

ใน Lagarde d’Apt  ที่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตร มาร์ทีเน่ เรย์น ( Martine Rayne)  ผู้ถือกำเนิดมาในโลกของลาเวนเดอร์  ได้สานต่องานของบรรพบุรุษของเธอ  "บนที่ของเราใน Lagarde d’Apt  จะมีลาเวนเดอร์ป่าขึ้นอยู่เสมอ  ทุกๆปี เราจะเก็บมาเพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้  และคงความหลากหลายทางพันธุกรรมของลาเวนเดอร์คุณภาพเยี่ยมนี้  ต้นอ่อนทุกต้นล้วนต่างกันออกไป และนี่คือหนึ่งในความลับของลักษณะเฉพาะที่เยี่ยมยอดเหนือที่อื่นใด "  

รู้หรือไม่

 • ตราสัญลักษณ์  A.O.C.  (ปัจจุบันคือ ตราสัญลักษณ์ P.D.O. ) ได้ถูกจัดทำขึ้นในปี  1981 เพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์จากฝรั่งเศส ที่ต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ   เป็นการรับประกันว่าเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมาก  
 • ข้อสำคัญคือต้องไม่สับสนระหว่าง  fine lavender กับ lavandin ซึ่งเป็นลูกผสมที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง  Lavandula Officinalis กับลาเวนเดอร์หนาม (spike lavender)  ที่จะให้น้ำมันหอมระเหยที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจำนวนมากๆในระดับอุตสาหกรรมเป็นหลัก  (เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด , ผงซักฟอก , ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่ผลิตคราวละมากๆ เป็นต้น)

Eau de Cologne, Fresh Aromatic

Lavender Eau de Cologne
เจิดจ้าด้วยความสดชื่นอันเปล่งประกายของผลไม้ตระกูลส้ม  Lavender Eau de Cologne ให้กลิ่นหอมที่สดชื่นและเบาบาง  พร้อมกลิ่นหอม แนว woody ในแบบของ musk ที่จะหอมอ้อยอิ่งและตราตรึง เป็นกลิ่นตาม    โคโลญจ์ที่เจิดจ้าดุจแสงอาทิตย์นี้คือการเฉลิมฉลองให้กับฤดูร้อน  ที่หลอมรวมเอาความสว่างไสวทั้งมวลของ Haute-Provence เข้าไว้ด้วยกัน

เวอร์บีน่า

เวอร์บีน่า เป็นไม้พุ่มที่พบได้ทั่วไปในแถบแอ่งที่ราบเมดิเตอร์เรเนียน ผู้คนจากทางใต้ของฝรั่งเศสจะคุ้นเคยกับต้นไม้นี้เป็นอย่างดี  ในเดือนมิถุนายน เมื่อบรรดาตะกร้ามีใบอ่อนๆ ที่เพิ่งเก็บมาสดๆ ใส่อยู่เต็ม ท้องตลาดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน จะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเวอร์บีน่า กลิ่นหอมสดชื่น คล้ายกลิ่นมะนาวจะโชยไปได้ถึงพื้นที่รอบๆ ไกลนับไมล์ เมื่อฤดูร้อนมาถึง และอากาศเริ่มร้อนขึ้น ใบเวอร์บีน่ามักจะถูกนำมาใช้ใส่ในชาสมุนไพร หรือบรรดาซอร์เบท์รสเปรี้ยวต่างๆ  สัมผัสแห่งความสดชื่นนี้คือหัวใจของคอลเลคชั่น Verbena อันเป็นชุดผลิตภัณฑ์ ที่แจ่มกระจ่าง เปล่งประกาย ที่ช่วยปลุกความีชีวิตชีวาให้ทั้งร่างกายและจิตใจ! 

พบกับคอลเลคชั่น  VERBENA >


การสืบมาตรฐาน

เรมี่ มาร์ชีลลา (Rémy Margiella) ผู้ทำเกษตรแบบออร์แกนิก และมีประสบการณ์สูงด้านสมุนไพร ปลูกเวอร์บีน่าออร์แกนิกบนพื้นที่ 1 เฮกตาร์ใน Tulette ในแคว้น Drôme Provençale   น้ำดอกไม้และน้ำมันสำหรับหมักสมุนไพร ได้จากใบแห้ง และถูกนำมาใช้ในชุดผลิตภัณฑ์ Verbena ของ L'OCCITANE  

"เราเก็บเวอร์บีน่าได้ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกในตอนต้นฤดูร้อน และอีกครั้งตอนต้นฤดูใบไม้ร่วง"

รู้หรือไม่

เวอร์บีน่าเป็นที่รู้จักในอีกนิยามหนึ่งว่า "ต้นไม้ของผู้วิเศษ"  เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้มีเวทย์มนตร์ ซึ่งนำไปใช้เป็นส่วนผสมของยาเสน่ห์  เวอร์บีน่าถือได้ว่าเป็นยารักษาสารพัดโรค ดังนั้น จึงมีอีกชื่อเรียกว่าสมุนไพรครอบจักรวาล หรือ "cure-all"  ด้วย  

Eau de toilette, Hesperide Vert

กลิ่นหอมสดชื่นคล้ายมะนาว ที่ทุกคนต่างก็ชื่นชอบ!  Verbena Eau de Toilette ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ที่ซึ่งกลิ่นหอมสดชื่นของใบเวอร์บีน่าอ่อนที่เก็บมาสดๆ อบอวลไปทั่วในบรรยากาศ  กลิ่นหอมอันละเอียดอ่อนและนุ่มนวลนี้ช่วยปลุกชีวิตให้ทั้งร่างกายและจิตใจ 

เชอร์รี่ บลอสซัม

ต้นเชอร์รี่ บลอสซัม เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ของแถบโพรวองซ์ พบเห็นได้ทั่วไปในแคว้น Apt  ใน Luberon  และจะมีสีสันเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจของเหล่าศิลปิน สีขาวบริสุทธิ์ในฤดูใบไม้ผลิ สีแดงจ้าในฤดูร้อน และสีเขียวอ่อนในฤดูใบไม้ร่วง  L'OCCITANE เฉลิมฉลองความงามดุจบทกวีของดอกเชอร์รี่ บลอสซัมสีขาวงดงาม ที่ผ่านมาให้เราชื่นชมเพียงชั่วพริบตา โดยจะมีดอกให้เห็นเพียงชั่วไม่กี่วันในตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ     

พบกับคอลเลคชั่น  CHERRY BLOSSOM >


การสืบมาตรฐาน

สารสกัดจากเชอร์รี่ที่ L’OCCITANE ใช้ในผลิตภัณฑ์ชุด Cherry Blossom มาจาก Luberon  ซึ่งเป็นแหล่งเก็บเกี่ยวมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เพื่อนำมาทำผลไม้เชื่อม  

Eau de Toilette, Fruity Floral

สารสกัดจากเชอร์รี่ที่ L’OCCITANE ใช้ในผลิตภัณฑ์ชุด Cherry Blossom มาจาก Luberon  ซึ่งเป็นแหล่งเก็บเกี่ยวมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เพื่อนำมาทำผลไม้เชื่อม  

พีโอนี

พีโอนี หรือโบตั๋น เป็นดอกไม้ยอดนิยมที่ขึ้นอยู่เองตามธรรมชาติโดยรอบแอ่งที่ราบเมดิเตอร์เรเนียน เนิ่นนานก่อนที่จะมีชื่อเสียงในฐานะไม้ดอกไม้ประดับ ย้อนไปได้ถึงยุคโบราณ พีโอนีถือเป็นพืชสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความงาม พีโอนีเฉิดฉายด้วยสีสันสดใสและกลิ่นหอมในทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ที่มีกลีบดอกนับพันนี้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์กลิ่นหอมและเครื่องสำอางคอลเลคชั่นใหม่ โดย L’OCCITANE

พบกับคอลเลคชั่น  PEONY >

การสืบมาตรฐาน

ด้วยความเข้าใจถึงความลับแห่งกลิ่นหอมของดอกไม้นี้ L’OCCITANE ได้ริเริ่มโครงการร่วมกับนักเพาะพันธุ์ต้นไม้นาม ฌอง-ลุค ริวิแยร์ (Jean-Luc Rivière)  ชายผู้หลงใหลในดอกพีโอนี ที่ทั้งครอบครัวได้ทุ่มเทให้กับการผสมพันธุ์และปลูกต้นไม้ชนิดนี้มานานถึง 160 ปี  ในแคว้น Drôme ของฝรั่งเศส  L’OCCITANE ได้พัฒนาสารสกัดธรรมชาติจากรากของพีโอนี อันเป็นที่มาของความหอมของทุกผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่นนี้ โดยทำตามคำแนะนำของเมอซีเยอร์ริวิแยร์    

 “พวกเราตกหลุมรักพีโอนี ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน" ฌอง-ลุค ริวิแยร์ นักเพาะพันธุ์ต้นไม้จาก Drôme กล่าว

รู้หรือไม่

 • พีโอนีจะเผยความงามต่อผู้ที่มีค่าคู่ควรเท่านั้น ในเรือนเพาะชำ อาจต้องใช้เวลา 5-7 ปี นับจากการเริ่มปลูกไปจนถึงได้ชื่นชมดอกแรกผลิบาน!
 • ต้นพีโอนีต้นเดียวอาจให้ดอกได้มากถึง 60 ดอก และดอกใหญ่ที่สุด อาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึง 30 ซม. เลยทีเดียว!

Eau de toilette, Green Floral

กลิ่นหอมโชยของพีโอนีที่เบ่งบานท่ามกลางความสดชื่นเขียวครึ้มในเรือนเพาะในยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ Eau de Toilette กลิ่นนี้ จับเอาประกายนุ่มนวลของพีโอนีไว้ในกลิ่นหอมเข้มข้นแนว floral ที่แฝงไว้ด้วยความสดชื่นจากความเขียวชอุ่ม คือการผสานกลิ่นอันสดชื่นและแจ่มจ้าจากกลีบดอกและใบของพีโอนีจำนวนมาก ไว้เบื้องหลังกลิ่นที่ช่วยผ่อนคลาย ที่ช่วยให้อ่อนโยนขึ้นด้วยไม้จันทน์ และไวท์ มัสก์ (white musk)  

ศัพทานุกรมพฤกษศาสตร์

ส่วนผสมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเรา คือแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวที่แท้จริงของ L’OCCITANE ศัพทานุกรมของเรารวบรวมพืขพรรณกว่า 150 ชนิด ที่ใช้ในสูตรผสมของเรา แต่ละชนิดจะมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ และภาพประกอบกำกับ นอกจากนี้ คุณจะได้พบกับรายละเอียดเกี่ยวกับพืชแต่ละชนิด พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติ และสิ่งที่ทำสืบทอดกันมาของแถบเมดิเตอร์เรเนียนที่เกี่ยวข้อง